จากเด็กน้อยที่มีใจรักฟุตบอลในประเทศอาร์เจนติน่า จนสามารถก้าวขึ้นมาเทียบตำนานแห่งวงการฟุตบอลทัพ “ฟ้าขาว” ได้สำเร็จ ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคนนั้นคือ ทำให้เขาได้มีโอกาสก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลทั้งกับสโมสร และรางวัลส่วนตัวอย่าง บัลลงดอร์ 7 สมัย และล่าสุดในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ เขาผู้นี้ก็สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ จากจุดเริ่มต้นอันยากลำบาก จนมาถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ อะไรที่ทำให้เขาก้าวมาสู่จุดนี้ วันนี้เราจะมาบอกเล่าให้ทุกคนได้รับรู้ไปพร้อมกัน
ย้อนเส้นทางอาชีพของ ลิโอเนล เมสซิ จากอดีตสู่ปัจจุบัน
เส้นทางอาชีพของ ลิโอเนล เมสซิ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัย 5 ขวบ เขาได้เข้าไปเป็นนักเตะฝึกหัดในสโมสรเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า กรานโดลี่ โดยมีคุณพ่อเป็นโค้ชคอยสอนทักษะฟุตบอลให้ จนกระทั่งในปี 1995 เมสซี่ ก็ได้ย้ายไปยังสโมร นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ เมื่อเข้าสู่วัย 11 ขวบ เมสซี่ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งพ่อแม่ของเขาเองก็ไม่สามารถจ่ายค่ารักษานี้ได้ แต่แล้วแสงสว่างที่ปลายอุโมงก็เกิดขึ้น เมื่อ การ์เลส เรซัค ผ.อ.กีฬาของบาร์เซโลน่า สนใจในฟอร์มของ เมสซี่ และชื่นชอบพรสวรรค์อันเหลือล้นของเจ้าหนูรายนี้เป็นอย่างมาก
ทางบาร์ซ่าได้เสนอค่ารักษาให้ครอบครัวพิจารณาทันที ซึ่งมีเงื่อนไขว่า เมสซี่ และครอบครัวจะต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่ประเทศสเปน ด้วยพรสวรรค์ของเขา เมสซี จึงค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับสูงของทีม โดยที่ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือใหญ่ของ “เจ้าบุญทุ่ม” ในสมัยนั้นได้ดึงตัวให้ไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ในปลายฤดูกาล 2004/05 และเมสซี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาทำประตูแรกกับทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จในเกมที่พบกับ บาเซเต้ และยังเป็นเกมที่สร้างสถิติกลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูให้กับบาร์ซ่า ด้วยวัยเพียง 17 ปี 10 เดือน 7 วันเท่านั้น
หลังจากนั้นเป็นต้นมาชายผู้นี้ก็สามารถพาทีม บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ได้สำเร็จในหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลาลีกาสเปน 10 สมัย, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 4 สมัย และ แชมป์สโมสรโลก 3 สมัย ในส่วนผลงานกับทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ทั้งการได้แชมป์โกปาอาเมริกาในปี 2021, แชมป์ฟินาลิสซิมาในปี 2022, แชมป์โอลิมปิกฤดูร้อน 2008 และล่าสุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์
นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลส่วนตัวมากมาย แต่รางวัลที่สำคัญที่สุดก็คงจะเป็นรางวัลบาลงดอร์ที่เจ้าตัวคว้าไปทั้งหมด 7 สมัย ซึ่งมากกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ถึง 2 สมัยเลยทีเดียว ปัจจุบันเจ้าตัวค้าแข้งอยู่ในลีกเอิงฝรั่งเศส กับทีมดังอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง ไปจนถึงจบฤดูกาล 2022 นี้
แท็กติก และสไตล์การเล่นของ ลิโอเนล เมสซิ
สำหรับแท็กติกและสไตล์การเล่นของ ลิโอเนล เมสซิ ถือได้ว่าเป็นการเล่นแบบที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะที่สูงอย่างมาก ด้วยการที่เป็นนักเตะตำแหน่งกองหน้าร่างเล็กจึงทำให้เขาได้เปรียบในเรื่องของความเร็ว และความสามารถในการเลี้ยงกินตัว หรือเลี้ยงหลบคู่ต่อสู่ได้อย่างรวดเร็ว เสริมด้วยทักษะของการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เฉียบขาดของนักเตะ จึงทำให้บ่อยครั้งเราจะได้เห็น เมสซี เลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู่ชนิดที่ว่ากินนิ่ม ๆ สบาย ๆ เลยทีเดียว
ที่สำคัญเจ้าตัวยังเป็นผู้เล่นที่ถนัดเท้าซ้ายที่สามารถยิงลูกฟุตบอลได้อย่างคมกริบ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่การที่เป็นนักเตะร่างเล็กก็มีจุดอ่อนตรงที่เจ้าตัวจะโดนประทะก็จะเสียบอลได้ง่าย ๆ เมสซี มักจะยืนอยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองได้เปรียบ หรือมีผู้เล่นฝั่งเดียวกันยืนซัพพอร์ตอยู่ เพื่อลดการประทะ จนสามารถรับและเลี้ยงบอลเข้าไปยังจุดสำคัญและจบสกอร์ได้ในที่สุด
เมสซี่ และคู่แข่งคนสำคัญของเขา
ด้วยความสุดยอดของเขา เมสซี จึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งตลอดกาลของเขา อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด อยู่เสมอ นักเตะชาวโปรตุเกสคนนี้ คืออีกหนึ่งผู้เล่นที่สุดยอดที่สุดในวงการฟุตบอล โรนัลโด คือผู้เล่นในสไตล์เลี้ยงกินตัว และอาศัยทักษะฟุตบอลส่วนตัว จึงไม่แปลกว่าทำไมคนส่วนใหญ่จึงนำผู้เล่นสองรายนี้มาเปรียบเทียบกันอยู่บ่อย ๆ โดยหากเทียบสถิติกันแล้วทั้งสองมีสถิติที่ใกล้เคียงกันมาก นั่นก็คือ
ชื่อนักเตะ | นัดที่ลงสนาม | ประตู |
ลีโอเนล เมสซี่ | 810 | 683 |
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ | 948 | 701 |
ลิโอเนล เมสซิ กับบทบาทด้านการกุศลในฐานะนักฟุตบอล
ตลอดการค้าแข้ง เมสซี ได้เข้าร่วมกิจกรรมการกุศลหลายด้านด้วยกัน ซึ่งส่วนมากเจ้าตัวจะเน้นไปที่การช่วยเหลือเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การทำกิจกรรมหลาย ๆ ด้าน และการบริจาคเงินให้กับ ยูนิเซฟ (UNICEF) ตั้งแต่ปี 2004, การก่อตั้งมูลนิธิ ลิโอเนล เมสซี่ ในปี 2007, การได้รับเกียรติเป็นทูตสันถวไมตรีจากยูนิเซฟในปี 2010 การสนับสนุนเงินก้อนโตให้กับโมสรซาร์มิเอนโตในปี 2013 และเมสซีได้บริจากเงินจำนวน 6,276,000 เปโซอาร์เจนตินา ให้กับโครงการแสงสว่างสำหรับเด็ก ๆ ช่วยเหลือและจัดหาอุปกรณ์ฉุกเฉินอาการขาดน้ำจำนวน 300 ชุด ในปี 2017
สรุปแล้วเส้นทางการค้าแข้งของ ลิโอเนล เมสซิ นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งบททดสอบที่หลากหลายตั้งแต่ยังเด็ก จนเขาก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงในกีฬาฟุตบอล นักกีฬารายนี้ไม่เคยที่จะได้หยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว จนสุดท้ายเขาก็ได้มาซึ่งเกียรติยศที่ไม่อาจเทียบชั้นได้ ซึ่งในฟุตบอลโลกปี 2022 เขาได้พิสูจน์ให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นแล้วว่าความพยายามคือสูตรสำเร็จที่จะทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงได้ในที่สุด และทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์ในครั้งนี้มาได้สำเร็จ
แหล่งอ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/